วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ปลูก‘ข่า’ ขาย รายได้กว่า 500 บาท/ไร่/วัน

ปลูก ‘ข่า’ ขาย รายได้กว่า 500 บาท/ไร่/วัน

“ข่า” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและโรคผิวหนังได้
มีประโยชน์ทางโภชนาการ นำมาทำเครื่องปรุงอาหาร ทำน้ำพริก แกงได้หลายชนิด
เพราะฉะนั้น ข่าจึงเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่เกษตรกรสามารถปลูกเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
ซึ่งทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ได้ร่วมกับคณะกรมส่งเสริมการเกษตรไปดูงานการเกษตรที่อีสาน เมื่อเร็วๆ นี้
ก็มีข้อมูลการ “ปลูกข่าขาย” มานำเสนอกัน...

ที่บ้านน้ำเที่ยง ต.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีการ “ปลูกข่าขาย
เป็นอาชีพเสริมรองจากการทำไร่นามากว่า 20 ปี ด้วยเพราะข่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกง่ายดูแลไม่ยาก

เทือง บุราเกษ เกษตรกรผู้ปลูกข่าอ่อน บ้านน้ำเที่ยง ซึ่งมีประสบการณ์ปลูกข่าขายมานานนับปี
เล่าว่า แต่ก่อนเกษตรกรบ้านน้ำเที่ยงส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำไร่ทำนาเท่านั้น
ส่วนข่านั้นยังไม่มีใครสนใจปลูกจริงจังเท่าไหร่ จนมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคนหนึ่งนำพันธุ์ข่ามาปลูก
และสามารถขยายพันธุ์ได้มากถึง 5 ไร่ นำไปจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้จากการทำไร่ทำนาได้เป็นอย่างดี
และก็ได้แจกพันธุ์ข่าให้กับชาวบ้านไปทดลองปลูกกัน
จากนั้นก็มีการปลูกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมกันแพร่หลายมาจนทุกวันนี้

“ผมเองแต่ก่อนก็ทำนาอย่างเดียว รายได้ไม่พอ
และเห็นว่าการปลูกข่านั้นเป็นรายได้เสริมที่ดี จึงเริ่มมีความคิดหันมาปลูกข่าเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
มาเริ่มปลูกจริงๆ จังๆ ก็ประมาณ ปี 2536 ปลูกมาจนถึงทุกวันนี้”

ข่านั้นปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 ปี...

ข่าที่ปลูกกันที่บ้านน้ำเที่ยง จะเป็นพันธุ์ “ข่ากลาง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ข่าแดง
เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่ายแตกหน่อดี ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

“ดินที่เหมาะสมในการปลูกข่านั้น จะต้องเป็นดินที่มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย และต้องไม่มีน้ำท่วมขัง

เกษตรกรรายเดิมให้ข้อมูลต่อไปว่า การเตรียมดินในการปลูกข่านั้นเริ่มจากไถพรวนหรือไถคราดปรับหน้าดิน
จากนั้นก็ทำการขุดหลุมปลูกให้ได้ขนาดหลุมละ 50x50 ซม. ให้ได้ระยะห่างประมาณ 1x1 เมตร
รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกแห้ง หรือจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำหรือเม็ดก็ได้

จากนั้นก็เป็นการลงต้นพันธุ์ โดยปลูกหลุมละ 3-5 ต้น เมื่อปลูกต้นพันธุ์ลงไปเรียบร้อยก็ทำการกลบดิน
จากนั้นก็ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณหลุมละ 1 ช้อนแกง
ขั้นตอนต่อมาก็นำเศษวัสดุพวกใบไม้แห้งหรือฟางมาคลุม เพื่อเป็นการรักษาความชื้น

การปลูกข่า 1 ไร่ จะใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 1,600 ต้น ต้นพันธุ์นั้นมีราคาอยู่ที่ต้นละ 2 บาท
สำหรับข่าที่จะนำมาทำเป็นแม่พันธุ์ได้นั้น จะต้องมีอายุการปลูกประมาณ 1 ปี...

มาถึงขั้นตอนในการดูแลรักษา
การให้น้ำ ก็ไม่ยุ่งยากมาก ถ้าเป็นในหน้าฝน การให้น้ำก็ไม่จำเป็นต้องให้ก็ได้
ส่วนถ้าเป็นในหน้าแล้งก็จะให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
การให้น้ำในแปลงปลูกข่านั้น ก็จะใช้วิธีการปล่อยระบายน้ำลงในแปลงปลูกให้ทั่วและต้องให้ชุ่ม

ส่วนการใส่ปุ๋ยนั้น ก็จะใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตราประมาณ 50 กก. ต่อ 1 ไร่ ใส่ปีละ 2 ครั้ง
และอีกสูตรหนึ่งก็คือ สูตร 13-13-21 เป็นปุ๋ยบำรุงหัวข่าให้สมบูรณ์ จะใส่ทุกเดือนๆ ละครั้ง เป็นเวลา 1 ปี

หลังจากที่ลงแปลงปลูกข่าได้ประมาณ 3 เดือน ก็เริ่มเก็บหน่อข่าอ่อนได้แล้ว
แต่ข่าจะให้หน่ออ่อนเต็มที่เมื่อข่าอายุได้ประมาณ 6 เดือน และสามารถเก็บได้ยาวไปจนถึง 10 ปี

การสังเกตข่าอ่อนที่สามารถเก็บขายได้แล้วนั้น
ต้องเลือกเก็บต้นที่มีใบออกมาประมาณ 3-5 ใบ ถึงจะได้ข่าอ่อนที่ไม่แก่เกินไป
” เกษตรกรผู้ปลูกข่าขายบอก

ทั้งนี้ การปลูกข่า 1 ไร่ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 14,000 บาท ซึ่งเป็นค่าพันธุ์ ค่าปุ๋ย และค่าเตรียมดิน
ส่วนรายได้ในการเก็บข่าอ่อนจำหน่ายก็จะอยู่ที่ประมาณวันละ 500-700 บาท/ไร่

สำหรับ เทือง บุราเกษ นั้น ทั้งปลูกข่าเพื่อขาย และมีต้นพันธุ์ข่าขายด้วย
ซึ่งผู้ที่สนใจผลิตผล สนใจจะซื้อพันธุ์ข่าเพื่อนำไปปลูกขายเป็นอาชีพเสริมบ้าง
หรือต้องการจะสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
ก็ติดต่อไปได้ที่ 160 หมู่ 4 บ้านน้ำเที่ยง ต.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านคือ 0-4543-1290


บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน
ข้อมูลโดย เดลินิวส์
ที่มา : http://library.dip.go.th


ข่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alpinia galanga (L.) Willd.
ชื่อสามัญ : Galanga
วงศ์ : Zingiberaceae
ชื่ออื่น : ข่าหยวก ข่าหลวง (ภาคเหนือ) , กฏุกกโรหินี (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม.
ดอก ช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ
กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผล เป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_02_1.htm
ที่มา : http://www.rakbankerd.com



เทคนิคบังคับการแตกหน่ออ่อนของข่า

เทคนิคบังคับการแตกหน่ออ่อนของข่า

ข่าอ่อน ใช้ปรุงอาหารแสนอร่อย แต่จะหาทานได้บ่อยๆ นั้นค่อนข้างยาก
วันนี้เราจึงนำเทคนิคการบังคับให้ข่า ต้องแทงหน่ออ่อนอันแสนโอชะออกมาให้เราทานได้ตลอด
ด้วยวิธีการอันแสนง่าย มาฝาก

วิธีการบังคับข่าให้แทงหน่ออ่อน :

1. กระบะเพาะชำสูงประมาณ 20 ซม.
(ที่ก้นมีรูระบายน้ำได้ตลอดได้ หรือจะใช้บล็อกซีเมนต์กั้นเป็นกระบะเพาะชำก็ได้)

2. ใช้ดิน 1 ส่วน ผสมทราย 1 ส่วน และขี้เถ้าแกลบ 2 ส่วน

- นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อใช้เป็นดินเพาะชำหัวข่าแก่ได้ดี
แต่ต้องวางกระบะในที่ร่ม หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อเรานำหัวข่าแก่มาหมกดินไว้ในกระบะ และรดน้ำตามปกติ
จะทำให้ข่าแทงหน่ออ่อนอยู่เรื่อยๆ ทำให้มีข่าอ่อนกินได้ตลอดปี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรื่องโดย : เกตุอร ทองเครือ สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ที่มา : http://www.rakbankerd.com



เทคนิคการผลิตข่าหัวใหญ่

เทคนิคการผลิตข่าหัวใหญ่

การปลูกข่าในปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้วิธีการปลูกแบบพื้นบ้าน
หรือปล่อยให้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติกันอยู่มาก จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องรูปทรงไม่สวยงาม ขนาดเล็ก
และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ตลาดยังมีความต้องการข่าอยู่จำนวนมาก

เพื่อให้เกิดความเพียงพอต่อความต้องการของตลาด
คุณ เสาร์คำ จักร คำ และคุณ สุขเสริม จักรคำ เกษตรผู้ปลูกข่า ผู้มีประสบการณ์การปลูกข่าจึงมีแนวคิดว่า
ถ้าสามารถทำให้พื้นที่เพาะปลูกข่านั้นมีสภาพดินที่โปร่งและร่วนซุย
สามารถอุ้มน้ำได้ตามธรรมชาติอย่างเหมาะสม และมีความอุดมสมบูรณ์พียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข่า
ก็น่าจะทำให้ได้หัวข่าที่ใหญ่ และเป็นที่ต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี

วิธีการผลิตข่าให้มีขนาดใหญ่สมบูรณ์ :
คุณเสาร์คำ จักรคำ และคุณ สุขเสริม จักรคำ เกษตรผู้ปลูกข่า ได้แนะนำว่าหากเกษตรท่านใดมีงบในการลงทุนมาก
ก็สามารถทำได้โดยใช้รถแบคโฮขุดพื้นที่ที่จะเพาะปลูกลงลึกประมาณ 1 เมตร
แล้วโปรยดินให้กระจายตัวออกจากกัน ทำอย่างนี้จนทั่วทั้งพื้นที่ที่จะเพาะปลูก
เพื่อที่จะให้ดินนั้นมีความโปร่งและร่วนซุยมากขึ้น จากนั้นขุดหลุม กว้าง 10 ซ.ม. ยาว 10 ซ.ม. ลึก 10 ซ.ม.
ระยะห่างระหว่างต้น 1x1 เมตร และรองก้นหลุมด้วย ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1-2 กำมือ ต่อ 1 ต้น
จะทำให้การเจริญเติบโตของหัวข่าเร็ว เพราะว่าหัวข่าสามารถขยายแตกกอได้อย่างอิสระ จะให้ผลผลิตมาก
น้ำหนักดี รูปทรงสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด
ต่างจากการปลูกข่าแบบพื้นบ้าน ที่สภาพพื้นดินมีความหนาแน่นขาดการบำรุงและดินแข็ง
ทำให้ข่าเจริญเติบโตช้าแตกกอได้ช้า

แต่ถ้าหากมีเงินทุนน้อย ก็สามารถทำได้โดยการไถพรวนดินด้วยรถไถที่มีอยู่หนึ่งครั้ง
แล้วไถซ้ำพื้นที่เพาะปลูกอีกครั้งก่อนปลูก เพื่อให้ดินมีความโปร่งและร่วนซุยมากขึ้น
จากนั้นรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1-2 กำมือต่อ 1 ต้น
โดยขุดหลุม กว้าง 10 ซ.ม. ยาว 10 ซ.ม. ลึก 10 ซ.ม. ระยะห่างระหว่างต้น 1x1 เมตร
แล้วนำกล้าข่าลงปลูกก็ได้เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
คุณ เสาร์คำ จักรคำ และ คุณ สุขเสริม จักรคำ เกษตรผู้ปลูกข่า ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย
ข้อมูลโดย : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677 สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย
ที่มา : http://www.rakbankerd.com

สารบัญแนะนำอาชีพสร้างรายได้ : งานการเกษตร เพาะพันธุ์พืช