วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

‘บุหงารำไป’ เครื่องหอมไทยชาววัง

‘บุหงารำไป’ เครื่องหอมไทยชาววัง

วันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” นำเรื่องราวของเครื่องหอมไทยชนิดหนึ่ง
อีกหนึ่งมรดกทางปัญญาบรรพบุรุษไทย มานำเสนอ นั่นคือ “บุหงารำไป” เครื่องหอมไทยโบราณ
ทำด้วยดอกไม้หลายชนิด ผึ่งแห้ง พรมด้วยน้ำหอมหรือน้ำปรุง แล้วบรรจุในห่อผ้าโปร่งหรือผ้าตราพริกไทย
ใช้สำหรับอบผ้าให้หอม หรือใช้เป็นของชำร่วยก็ได้

เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทย “ช่อแก้วอ.ทัศพร เพ่งเจริญ เจ้าหน้าที่สถาบันพยาธิวิทยา กรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข สนใจเรื่องเครื่องหอมไทย จึงใช้เวลาว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ให้เป็นประโยชน์
โดยไปเรียนที่วิทยาลัยในวัง ได้รับการถ่ายทอดการทำเครื่องหอมไทย และน้ำอบไทยเป็นสูตรต้นตำรับชาววัง
จากนั้นไปศึกษาค้นคว้าสูตรและวิธีการต่าง ๆ ต่อ 2-3 แห่ง เพื่อต่อยอดและพัฒนาสูตรที่ได้เรียนมา
ให้เป็นสูตรของตัวเอง แล้วปรับใช้ให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน เพื่อให้มีความโดดเด่น เน้นคุณภาพและบรรจุภัณฑ์
คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำไปเป็นของฝาก ที่สามารถสร้างความประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

“ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ผลิตขึ้นมาคือน้ำอบไทย ตามด้วยบุหงารำไป เหตุที่ใช้ชื่อแบรนด์ช่อแก้ว
เพื่อให้คนจดจำได้ และพูดติดปาก ดอกแก้วเป็นดอกไม้ไทยที่มีชื่อไพเราะ กลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อสวย
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ช่อแก้วย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
เช่น เครื่องหอมบุหงารำไป มะกรูดหอม พิมเสนน้ำ น้ำอบไทย น้ำปรุง สีผึ้งชาววัง สบู่กรีเซอรีนใส่แผ่นทองคำเปลว
ซึ่งคนโบราณนำมาใช้ในการสมานแผล เพราะทำให้เย็น และของชำร่วยที่รับจัดให้กับงานมงคลต่างๆ”

ผลิตภัณฑ์ช่อแก้วนี้ อ.ทัศพรบอกว่า เริ่มจากการที่ผลิตขึ้นมาแล้วใช้เอง แล้วแจกให้เพื่อนใช้ก่อน
เมื่อเพื่อนใช้แล้วเห็นว่าดีก็สั่งซื้อกันเข้ามา จากนั้นคนก็เริ่มรู้จักผลิตภัณฑ์ช่อแก้วมากขึ้น
ซึ่ง “บุหงารำไป” ได้รับเลือกให้เป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ของเขตบางแค
เวลามีงานก็ได้รับเชิญจากเขตเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นประจำ

จุดเด่นของบุหงารำไปช่อแก้ว คือดอกไม้จะไม่ผ่านการทำสี ไม่ใส่สารสังเคราะห์
กลิ่นหอมของบุหงาได้มาจากกลิ่นดอกไม้ไทยที่สกัดขึ้นมา ไม่ใช่กลิ่นสังเคราะห์
แม้ไม่มีกลิ่นให้เลือกมากเหมือนกับบุหงาที่ขายกันทั่วไป แม้สีไม่สด
แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบ เพราะ “กลิ่นธรรมชาติ” และยังมีจุดเด่นอยู่ที่ “บรรจุภัณฑ์ไม่เหมือนใคร”


อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำบุหงารำไปก็มี...
หม้อเคลือบพร้อมฝาปิด, โถแก้ว, กระด้ง, โกร่งบดยา (ครกบดยาเล็ก ๆ), ผ้าโปร่ง-ผ้าลูกไม้-ผ้าฉลุลาย, ดิ้นทอง,
กรรไกร, ปืนกาว, เข็ม, ด้าย เชือกสี, ริบบิ้น, เขียง, มีด และภาชนะจักสานอย่างอื่น
เพื่อให้มองเห็นสีสันของกลีบดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่นำมาปรุง และเพื่อให้กลิ่นหอมระเหยได้

วัตถุดิบประกอบด้วย...
ดอกไม้สด เช่น ดอกมะลิ, ดอกกุหลาบ, ดอกพิกุล, ดอกสแตนติส, ดอกรัก, ดอกบานไม่รู้โรย และใบเตยหอม,
หัวน้ำหอม, เทียนหอมอบขนม เป็นต้น

สำหรับขั้นตอนการทำ “บุหงารำไป” มีดังนี้...ก่อนนำดอกไม้สดมาทำบุหงา ควรล้างดอกไม้ด้วยน้ำสะอาดก่อน
โดยเริ่มจากการนำเอาใบเตยหอมมาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง
แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำใส่กระด้ง เกลี่ยให้กระจายทั่วกระด้ง
จากนั้นนำดอกไม้สดที่เตรียมไว้แต่ละชนิดไปล้างแบบสรงน้ำเบาๆ ผึ่งให้แห้ง
แล้วนำดอกไม้มาปลิดเอาแต่กลีบ ส่วนของก้านดอกทิ้งแยกไป เช่น
กุหลาบ ดอกรัก ให้แกะเปลือกทิ้ง แล้วฉีกเอากลีบดอกรักแต่ละกลีบ รวมทั้งไส้ดอกรักก็นำมาใช้ด้วย,
ดอกพิกุลและดอกสแตนติสต้องใช้ทั้งดอก, ดอกมะลิ เด็ดกลีบเลี้ยงทิ้ง, ดอกบานไม่รู้โรย เด็ดแต่ละกลีบดอก
ดอกไม้แต่ละชนิดที่เด็ดกลีบเสร็จแล้ว โรยบนกระด้งให้กระจาย (แยกกระด้งละชนิด ห้ามปนกัน)
นำไปผึ่งแดดรำไร ประมาณ 5-7 วัน (ขึ้นอยู่กับความชื้นของดอกไม้ด้วย)
จากนั้นให้นำดอกไม้ทุกชนิดมาใส่หม้อเคลือบ คลุกเคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน

ลำดับต่อมา ทำการอบเทียน โดยจุดเทียนหอมที่ใช้สำหรับอบขนม รอจนมีควันออกจากเทียน
เป่าเทียนให้ดับวางลงในถ้วยที่อยู่ในหม้อเคลือบดอกไม้แห้ง ที่เตรียมไว้ ปิดฝาให้สนิท
ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีต่อหนึ่งครั้ง ทำอย่างนี้ประมาณ 4-5 ครั้ง

จากนั้นนำกลิ่นน้ำหอมที่ชอบใส่ลงไป เพื่อตรึงกลิ่น
ตามด้วยพิมเสนเพียงเล็กน้อยบดละเอียดโรยลงบนดอกไม้ ใช้มือคลุกเคล้าเบาๆ ให้ทั่ว
จะช่วยให้หอมเย็นๆ สดชื่นโล่งจมูกแล้วก็นำใส่บรรจุภัณฑ์ตามความชอบ

ราคาก็ขึ้นอยู่กับบรรจุภัณฑ์ มีตั้งแต่ 45-190 บาท
ปัจจุบัน อ.ทัศพร เป็นวิทยากร “เครื่องหอมไทยโบราณ” อยู่ที่วิทยาลัยในวัง (ศาลายา)
ได้รับเชิญจากสถาบันการศึกษา มูลนิธิ หน่วยงานต่างๆ ให้ไปเป็นอาจารย์สอนเป็นประจำ
ส่วนใครสนใจ “บุหงารำไป” ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทย “ช่อแก้ว” ติดต่อ อ.ทัศพร ได้ที่ 114 หมู่ 1
ซอยเพชรเกษม 70 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 โทร. 08-9520-8815, 0-2454-0498.

เชาวลี ชุจเร รัตนราตรี : รายงาน
เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 23 ก.ค. 2549
ข้อมูลโดย : http://www.dailynews.co.th
ที่มา : http://library.dip.go.th
ภาพจาก : http://202.129.59.73

สารบัญแนะนำอาชีพสร้างรายได้ : งานประดิษฐ์ สิ่งของเครื่องใช้