วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แนะตัดแต่งดอกทุเรียน คุมปริมาณและคุณภาพ

แนะตัดแต่งดอกทุเรียน คุมปริมาณและคุณภาพ-1 แนะตัดแต่งดอกทุเรียน คุมปริมาณและคุณภาพ-2

ปีนี้...แม้กรุงเทพฯจะยังถือว่ายังไม่หนาว หากแต่ภูมิภาคอื่นๆ อากาศหนาวแล้ว
บางพื้นที่ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจากภาวะอากาศหนาว หรือประสบภัยหนาวด้วยซ้ำไป
โดยอากาศหนาวที่ว่านี้ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนและค่อนข้างยาวนาน ทุเรียนจึงเกิดตาดอกเร็วกว่าทุกปี
โดยทุเรียนพันธุ์เบาจะเริ่มออกดอกก่อน เช่น พันธุ์กระดุม ชะนี หมอนทอง ก้านยาว เรียงตามลำดับ
ทำให้ทุเรียนสุกแก่เร็วกว่าปกติประมาณ 1 เดือน

ดังนั้น ช่วงนี้ต้นทุเรียนในเขตภาคตะวันออกจะเริ่มแทงช่อดอกแล้ว และแม้ว่าอีกหลายเดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้
แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเกษตรกร ผู้ปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้แนะนำให้มีการ ตัดแต่งดอกทุเรียน เพื่อควบคุมปริมาณและคุณภาพของผลทุเรียน
เพราะการตัดแต่งดอกทุเรียน แม้จะเป็นการเสียเวลาและเพิ่มภาระให้พี่น้องเกษตรกรก็จริง
แต่เมื่อไม้ผลออกดอกแล้ว ดอกจะเป็นอวัยวะส่วนสำคัญในการใช้อาหาร เพื่อเจริญเติบโตเป็นผลต่อไป
ทุเรียนที่มีดอกมากเกินไปไม่ต่างอะไรกับแม่ยากจน ซึ่งมีลูกมากและคอยแย่งอาหารที่แม่หามาได้เพียงน้อยนิดกิน
จึงไม่มีวันที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงได้ แต่การตัดแต่งดอกทุเรียนจะส่งผลดีในวันหน้า
ทำให้ดอกทุเรียนสมบูรณ์ เจริญพัฒนาเป็นผลทุเรียนที่มีคุณภาพในอนาคต
ซึ่งระยะที่เหมาะสมที่สุดในการตัดแต่งดอกทุเรียน คือ เมื่อดอกทุเรียนพัฒนาจนถึงระยะมะเขือพวงหรือหัวกำไล

แนะตัดแต่งดอกทุเรียน คุมปริมาณและคุณภาพ-2แนะตัดแต่งดอกทุเรียน คุมปริมาณและคุณภาพ-3

การตัดแต่งดอกทุเรียน มีคำแนะนำดังนี้ เมื่อดอกทุเรียนมีอายุประมาณ 30 วัน (ระยะกระดุม)
ควรพิจารณาตัดแต่งช่อดอกให้เหลือจำนวนช่อดอกประมาณ 3-6 ช่อดอกต่อความยาวกิ่ง 1 เมตร
โดยตัดช่อดอกบนกิ่งขนาดเล็ก (เส้นผ่าศูนย์กลางกิ่งน้อยกว่า หรือเท่ากับ 2 เซนติเมตร)
และช่อดอกในตำแหน่งปลายกิ่งทิ้ง ควรตัดแต่งให้เป็นดอกรุ่นเดียวกันทั้งต้น
หรืออย่างน้อยให้เป็นดอกรุ่นเดียวในแต่ละกิ่ง
ทั้งนี้ ถ้ามีการจัดการที่ดีตั้งแต่แรก เพื่อให้ต้นทุเรียนมีการออกดอกมากและกระจายทั่วต้น
แล้วจะสามารถเลือกตัดแต่งหรือไว้ดอกบนกิ่งที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับการดูแลทุเรียนในช่วงหลังตัดแต่งดอกแล้ว
เกษตรกรต้องมีการควบคุม การให้น้ำไม่ให้มีปริมาณมากเกินไป เมื่อถึงระยะหัวกำไล
หรือก่อนดอกบาน 7-10 วันให้ลดการให้น้ำลง 2 ใน 3 ของปริมาณปกติ และเริ่มให้น้ำมากขึ้นในระดับปกติได้
หลังจากผสมเกสรแล้ว 3 สัปดาห์ และ ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบที่มีธาตุแคลเซียม-โบรอน หรือโบรอนเพียงอย่างเดียว
ในระยะหัวกำไลหรือประมาณ 10-15 วันก่อนดอกบาน และป้องกันกำจัดโรคแมลง
ซึ่งศัตรูสำคัญของทุเรียนซึ่งได้แก่ เพลี้ยไฟ ไรแดง
ซึ่งจะเข้าทำลายในช่วงที่อากาศร้อน แห้งแล้ง อุณหภูมิสูง หรือฝนทิ้งช่วง

สำหรับเพลี้ยไฟ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟ จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน
เช่นยอดอ่อนหรือช่อดอกทำให้ยอดและช่อดอกแห้งและร่วงในที่สุด
พบเข้าทำลายในทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มเขียวหวาน ในระยะออกดอก

ส่วนไรแดง ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่บนผิวใบทุเรียน
หากมีไรแดงทำลายใบเป็นปริมาณมากและต่อเนื่อง จะทำให้ใบร่วงและมีผลต่อการออกดอกติดผลของทุเรียน.

ข้อมูลโดย : http://www.dailynews.co.th
วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม 2553

สารบัญแนะนำอาชีพสร้างรายได้ : งานการเกษตร เพาะพันธุ์พืช