
การสตัฟฟ์สัตว์ทะเลจำพวกกุ้ง และปู ก็เป็นวิทยาศาสตร์-งานศิลปะที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ทำ
ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการ “สตัฟฟ์ปู” มานำเสนอให้ลองพิจารณากัน...
ประธาน แม้นเหลืองอ่อน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง-ปู-หอย
ใช้เวลาว่างมาทำงานศิลปะการ “สตัฟฟ์ปู” ขาย สร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวมากว่า 20 ปี
โดยเจ้าตัวเล่าว่า การทำงานสตัฟฟ์นั้นเริ่มมาจากในช่วงแรกๆ ที่ลงทุนทำบ่อเลี้ยง “ปูทะเล” และปูเกิดตาย
ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร ปูที่ตายก็จับทิ้งอย่างเดียว
แต่พอเห็นว่าปูที่ลงเลี้ยงนั้น เริ่มมีการตายเพิ่มเป็นจำนวนที่มากขึ้น ก็เริ่มมีความรู้สึกเสียดาย
“จึงพยายามคิดหาวิธีนำซากปูที่ตายมาทำให้เกิดประโยชน์
จนในที่สุดก็ได้ความคิดที่จะนำวิธีการสตัฟฟ์ มาใช้สร้างประโยชน์จากซากปูที่ไม่มีประโยชน์
สามารถนำไปขายสร้างเป็นรายได้เสริม”
เมื่อมีความคิดที่จะทำการสตัฟฟ์ปูก็เริ่ม ศึกษาเรียนรู้วิธีการทำด้วยตัวเอง ซึ่งช่วงแรกก็เป็นเรื่องยาก
แต่พอเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้เทคนิค โดยใช้ฟอร์มาลีนเข้ามาช่วย ทดลองทำอยู่เป็นเดือนๆ ก็ประสบความสำเร็จ
“ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำยาฟอร์มาลีนมีกลิ่นฉุนรุนแรง ทำให้แสบตา มือไม้แสบได้
ต้องทำให้เจือจางก่อนโดยผสมน้ำ สูตรการผสมก็จะใช้น้ำยาฟอร์มาลีน 1 ขวด ต่อน้ำ 2 ขวด
เมื่อนำไปฉีดในปูแล้วเปลือกกระดองของปู จะยังคงสีที่เป็นธรรมชาติของปูอยู่” ประธานกล่าว
วัสดุอุปกรณ์ในการทำการสตัฟฟ์ปู มีดังนี้
น้ำยาฟอร์มาลีน, กระดาษอัด, กาวลาเท็กซ์, กาวยาง, ผ้าสักหราด, เข็มฉีดยา, น้ำยาวานิช
สำหรับปูที่นำมาใช้สตัฟฟ์นั้นจะใช้ปูทะเล ที่มีอายุประมาณ 18 วัน ขนาดประมาณ 6 ขีดขึ้นไป
เพราะกระดองจะแข็ง ทำการสตัฟฟ์แล้วชิ้นงานจะไม่เปราะ ต้องใช้ปูที่พึ่งตายใหม่ๆ โดยต้องตายไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำปูที่พึ่งตายใหม่ๆ ที่เนื้อปูยังไม่เละ มาทำการเปิดกระดองออก
ใช้น้ำสะอาดล้างเอาเนื้อตรงส่วนกระดองและก้ามออก
เมื่อล้างเสร็จ ก็นำน้ำยาฟอร์มาลีนเจือจางมาฉีดใส่ไปในส่วนขาของปูทั้งหมด
จากนั้นก็นำชิ้นส่วนต่างๆ ไปผึ่งลมให้แห้ง ใช้เวลาประมาณ 4 วัน
“ชิ้นส่วนช่วงล่างของปูที่ติดกับขานั้น การผึ่งลมให้แห้งจะต้องมาทำการล็อกติดไว้กับแผ่นโฟมก่อน
เพราะเมื่อแห้งแล้วส่วนล่างจะอยู่ทรงคงรูปเดิม
และไม่ควรทำให้ปูแห้งโดยการตากแดด เพราะแดดจะทำให้เปลือกและกระดองของปูนั้นเป็นสีแดง
ทำให้ไม่ได้สีที่เป็นธรรมชาติ”
เมื่อผึ่งลมจนชิ้นส่วนต่างๆ แห้งสนิทแล้ว ก็นำส่วนกระดองมาทำการประกอบเข้ากับส่วนล่าง
โดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นตัวทายึดให้แน่นหนา เมื่อประกอบเสร็จก็ให้จับตัวปูหงายท้องขึ้น พักทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน
“การจับปูที่ทำให้หงายท้องขึ้นนั้น จะทำให้ก้ามปูได้ส่วน ก้ามจะยกชูขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ดูมีชีวิตชีวา”
...เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าของผลงานบอกมา
หลังจากทิ้งไว้ 1 คืน ก็นำปูที่ทำการสตัฟฟ์แล้วมาทาเคลือบด้วยน้ำยาวานิช ทิ้งไว้ให้แห้ง
จากนั้นนำไปยึดติดกับแผ่นกระดาษอัดที่ทำเตรียมไว้
โดยการยึดนั้นจะใช้ลวดยึดตรงส่วนขากลางเข้ากับแผ่นกระดาษอัด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“การทำแผ่นกระดาษอัดนั้น ก็ให้ตัดกระดาษอัดเป็นรูปตามที่ต้องการ
จากนั้นก็ให้นำผ้าสักหราดมาติดลงเป็นพื้นโดยใช้กาวลาเท็กซ์ติด
จากนั้นก็ติดคิ้วสีทองเป็นขอบ ยึดด้วยกาวยางให้แน่นหนา เท่านี้ก็เสร็จ”
“ปูสตัฟฟ์” ของประธานนั้น มีราคาขายอยู่ที่ 400-600 บาท
และสำหรับใครที่มีสัตว์ตายต้องการนำมาให้สตัฟฟ์ ก็จะคิดค่าแรงในการทำ 300-400 บาท
ขึ้นอยู่กับขนาดของสัตว์ที่นำมาให้ทำ
ประธานสร้างสรรค์ผลงานของเขาอยู่ที่ ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปาการ ผู้ที่สนใจ “ปูสตัฟฟ์” ของเขา
ต้องการสั่งซื้อหรือจะนำสัตว์ไปให้สตัฟฟ์ ก็โทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2848-4193
นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ.
คู่มือลงทุน...ปูสตัฟฟ์
ทุนอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ
ทุนวัสดุ ประมาณ 50% ของราคา
รายได้ ชุดละ 400-600 บาท
แรงงาน 1 คน
ตลาด งานแสดงสินค้า, ของที่ระลึก
จุดน่าสนใจ ทำไม่ยาก-ขายได้ราคาดี
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / จเร รัตนราตรี : ภาพ
เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 21 มี.ค. 2552
ข้อมูลโดย : http://www.dailynews.co.th
ที่มา :
http://library.dip.go.th
http://www.udclick.com
| สารบัญแนะนำอาชีพสร้างรายได้ : งานประดิษฐ์ สิ่งของเครื่องใช้ |
|---|
